2007/Jan/26

วันนี้เป็นแนวธรรมะนิดนึงนะคะ ขอยกบทความจากหนังสือ"แค่ดูก็รู้แจ้ง"ของคุณสุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา มาให้อ่านกันค่ะ เป็นบทความที่ดีมากๆ สำหรับทุกคน ถ้าใครอ่านแล้วเข้าใจ แล้วเอาไปปฏิบัติตามล่ะก็...รับรองว่าจิตใจจะสงบ และมีสติอยู่ตลอดเวลาแน่นอนค่ะ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

...ถ้ามีใครมาบอกว่า ไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยากหรอก แค่ดูก็รู้แจ้งได้

จะคิดกันยังไง จะเชื่อไหม

ยากที่จะเชื่อสินะ ที่ยากจะเชื่อก็คงเพราะ เราคุ้นเคยกันอยู่ว่า การจะรู้แจ้งได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

ต้องทุ่มเทปฏิบัติกันเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว

ไหนจะต้องรักษาศีล ไหนจะต้องทำสมาธิ ไหนจะต้องทำวิปัสสนา

จู่ๆก็มีใครไม่รู้มาบอกว่า ไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยากหรอก แค่ดูก็รู้แจ้งได้ แล้วใครจะเชื่อล่ะ?

ตอบไม่ยาก...ก็ดูกาย ดูใจ หรือดูจิตของตัวเองนี่แหละ

เรื่องการดูกาย ดูใจ หรือดูจิตตัวเองนี้

เป็นหลักปฏิบัติสำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่ความรู้แจ้ง อย่างเช่นที่ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สอนไว้ว่า

"นักปฏิบัติไม่สนใจดูกาย ดูใจของตัวเอง จะหาความฉลาดรอบรู้มาจากไหน"

รู้สึกตัวเป็นอย่างไร? เผลอไปเป็นอย่างไร?

"ดู"ในภาษาธรรมนั้น คือ การรับรู้สิ่งต่างๆด้วยความรู้สึกตัว

ถ้ารู้สึกตัวในขณะรับรู้สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

การรับรู้จะเป็นเพียงแค่ดู แค่รู้ โดยที่จิตใจจะตั้งมั่น ไม่ลืมตัวเอง

ไม่เกิดความพอใจ ไม่เกิดความไม่พอใจ (หรือเป็นกลางๆ)

เมื่อไม่เกิดความพอใจ-ไม่พอใจ เราก็จะรับรู้สิ่งต่างๆ แบบสักแต่ว่ารู้ สักแต่ว่าเห็น

ไม่มีความพยายามดิ้นรนที่จะเข้าไปจัดการหรือทำการใดๆ ต่อสิ่งที่กำลังรับรู้อยู่

ปล่อยให้สิ่งที่ถูกรู้ ถูกดูอยู่นั้น แสดงบทบาทมันไปตามที่ควรจะเป็น

ลองนึกถึงตอนที่ดูทีวีรายการสุดโปรดซิ

นึกออกไหมว่าเราดูแบบไหน?

ดูแบบที่การรับรู้ไปอยู่ที่ทีวีทั้งหมด จนลืมตัวเองไปเลยใช่รึเปล่า?

หรือเวลาดูละครเรื่องโปรดที่เราสงสารนางเอกมากๆ พอนางเอกโดนตัวร้ายกลั่นแกล้ง เราก็จะไม่พอใจถึงกับออกปากว่า

เอาเลย ตบมันเลย ยอมให้มันทำอยู่ทำไม...ใครเคยเป็นบ้าง?

หรือเวลาดูฟุตบอล พอทีมที่เราเชียร์ ยิงประตูฝ่ายตรงข้าม เราก็ลืมตัวเองแล้วลุกขึ้นยืนบิดตัวช่วยให้ลูกฟุตบอลโค้งเข้าประตู

เคยเป็นกันใช่ไหม?

นี่เป็นตัวอย่างการรับรู้ทางตา รับรู้แบบที่เราส่งใจทั้งหมดไปอยู่กับสิ่งที่กำลังมองเห็น

เหมือนโลกทั้งโลกมีแต่สิ่งที่กำลังมองเท่านั้น ไม่รู้สึกว่ามีตัวเองอยู่เลย

เป็นการดูแบบลืมตัว ไม่รู้สึกตัว หรือจะพูดว่าเผลอไปก็ได้

ในทางกลับกัน ถ้าเรากำลังดูทีวีด้วยความรู้สึกตัว เราก็จะดูไปพร้อมๆกับรู้สึกได้ว่ามีตัวเองเป็นผู้ดู

จะไม่ลืมตัวเองแล้วออกไปรับรู้อยู่แต่ในจอทีวีเท่านั้น

หรือถ้ากำลังพูดโทรศัพท์ก็เหมือนกัน หากเราพูดด้วยความรู้สึกตัว เราจะรู้สึกได้ว่ามีตัวเองเป็นผู้พูดอยู่

จะไม่ลืมตัวเอง แล้วออกไปรับรู้แต่เรื่องที่กำลังพูด กำลังคุยเท่านั้น

ถ้าใครเข้าใจได้ว่า ตอนที่เราลืมตัวเอง หรือเผลอไปนั้นเป็นอย่างไร

ก็จะเข้าใจได้ว่า รู้สึกตัว เป็นอย่างไร

เพราะความรู้สึกตัว จะมีลักษณะของการรับรู้สิ่งต่างๆแบบไม่ลืมตัวเอง หรือไม่เผลอไปนั่นเอง

Comment

Comment:

Tweet


#1 by Rainday At 2007-01-26 18:35,

โลมาน้อย
View full profile